(9/30) 📚 การอ่านหนังสือในช่วงนี้
วันนี้ มาเขียน การตั้งเป้าหมาย ไม่สิ เขียน การอ่านหนังสือในช่วงนี้ก็ละกัน ว่า อ่านยังไง
เราก็ไม่ได้มีเทคนิคอะไรมากนักหรอก แต่ก็อยากลองเขียนเล่าประสบการณ์ดู
อ่านหนังสือแล้วทำให้มีสมาธิ
เราเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เพราะว่า การอ่านหนังสือ ทำให้เราได้อยู่กับตัวเองดี และมีสมาธิอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี่แหละ
อ่านมากน้อยแค่ไหน???
ด้วยความที่เป็นคุณพ่อ ละก็ทำงานไปด้วย ส่วนใหญ่ก็จะใช้เวลาอยู่กับการอ่านหนังสือ ไม่ได้เป็นเวลาที่แน่นอน บางวันก็ได้อ่าน session ละ 15 นาที 30 นาทีมั่ง หรืออย่างดีที่สุด ก็ประมาณ 90 นาที ก็นานพอที่จะอ่านให้จบโควต้าที่ตั้งไว้ สำหรับการอ่าน 1 วัน
ช่วงนี้ อ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้ไวขึ้น ก็เลยตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะอ่านให้ได้สัปดาห์ละ 1 เล่ม
Annotation
ตอนอ่าน เมื่อก่อนก็จะอ่านเฉยๆ ขีดไฮไลท์บ้าง ไม่ขีดบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ จะมีไฮไลต์ 2 สี
โดยแยกสีตามปกหนังสือ อย่างตอนนี้ อ่านเล่มที่มีหน้าปกหนังสือเป็นสี แดงกับสีฟ้า ก็จะไฮไลท์แบบนี้
สีฟ้า - เป็นเนื้อหาที่สำคัญ เวลามาอ่านอีกรอบ ก็จะได้ scan เอาแค่ตรงที่สำคัญ
สีแดง - เป็นเนื้อหาที่สามารถนำไป take action ได้
อ่านแล้วนำไปใช้ยังไง?
จริงๆแล้ว เราไม่ได้อยากอ่านหนังสือเยอะๆหรอก แต่เราอยากอ่านแล้วนำมันไปประยุกต์ใช้ให้ได้มากกว่า ซึ่งบางเล่ม อ่านรอบแรก มันก็เข้าใจได้ประมาณนึง ในบริบทนึง แต่พอมาอ่านอีกรอบในอีกบริบทนึง ก็ทำให้เราเข้าใจมันมากขึ้นนะ
แต่การอ่านเยอะ ก็ยังรู้สึกว่าดีกว่าอ่านน้อย หรือไม่อ่านอยู่ดี เพราะเราคิดว่า การรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ และเราก็อยากรู้ด้วย นั้นมันทำให้เราพัฒนาตัวเองได้ดีอยู่นะ
อ่านหนังสือเป็นเล่ม VS Ebook
เรายังคงชอบอ่านหนังสือที่เป็นหนังสืออยู่ เพราะว่ามันได้ไฮไลต์ ได้ขีดๆเขียนๆ หรือได้พับ ติด post it อะไรแบบนี้ ซึ่งหนังสือแบบ ebook มันยังทำแล้วไม่ได้อารมณ์นี้
อ่านแล้วเอาไปสอนคนอื่นต่อ
แต่เอาจริงๆ การอ่านหนังสือ แล้วจะได้อะไรมากที่สุด มันไปได้ตอนที่เอาไปสอนคนอื่นอ่ะ หรือเอาไปเล่าให้คนอื่นฟัง แล้วเวลาเค้าถามเรื่องที่อยู่ในหนังสือ ถ้าเราเข้าใจมันจริงๆ หรือเราเอามันไปใช้มาแล้ว เราจะสามารถตอบเค้าได้อย่างมั่นใจเลย
แต่ถ้าเรายังตอบไม่ได้ เราก็จะได้รู้ตัว และสามารถกลับไปทบทวนมันอีกครั้งนึง
Writer's Block
แย่แล้ว ชักจะไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรแล้ว ทำไงดีวะ 555?
นี่แค่เข้าสู่วันที่ 9-10 เอง ก็ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรแล้ว แต่ก็ยังอยากจะทำอยู่ แม้ว่าจะไม่ค่อยลื่นไหลเหมือนวันแรกๆแล้วก็ตาม
สิ่งที่่เราเขียนแล้วลื่นไหล ส่วนใหญ่จะเป็นการเล่าประสบการณ์ เล่าเรื่องมากกว่าการเขียนสรุป หรือการเขียนให้คนอ่านรู้เรื่องว่ะ
ทำให้มันเขียนแล้วมันก็ไม่กระชับเท่าไหร่ แต่มันก็สนุกกว่าในการเขียนอ่ะนะ