สรุป Podcast Facing The Mirror - Dealing With Your Shadow in Relationship
เรารู้สึกว่าเรื่อง "Shadow" ที่พูดถึงในวิดีโอนี้มันสำคัญจริงๆ นะ มันเป็นส่วนที่เราทุกคนมีแหละ โดยเฉพาะพวกผู้ชายเนี่ย มันจะโผล่มาในความสัมพันธ์ของเรากับผู้หญิงบ่อยๆ เลย แล้วมันก็มักจะกัดกร่อน ทำลายความสัมพันธ์ไปซะอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นความไม่มั่นคง ความกลัว หรือความโกรธของเราที่มันไม่ได้รับเชิญแต่ก็มาแบบไม่ให้เกียรติ
เขาบอกว่า Shadow ไม่ใช่สัตว์ประหลาดหรอก นะ แต่มันคือสิ่งที่เราปฏิเสธที่จะมองเห็นในตัวเองนี่แหละ อาจจะเป็นส่วนที่เราเคยทิ้งไป อย่างความเมตตา ความโกรธที่ถูกต้อง หรือแม้แต่ความมั่นใจ สิ่งเหล่านี้มันเกิดจากประสบการณ์ในอดีตนะ เหมือนกับเรื่องที่เราพยายามจะทิ้งมันไป เช่น ตอนเด็กโดน Bully หรือประสบการณ์แย่ๆ มันกลายเป็นเสียงสะท้อนจากอดีตที่คอยวนเวียนอยู่เบื้องหลังความสัมพันธ์ของเรา
แล้วมันจะปรากฏยังไงรู้ไหม? ส่วนใหญ่เลยคือผ่านการ "ฉายภาพ" (Projection) เนี่ยแหละ เหมือนที่เขาบอกไว้ในหนังสือเลยนะว่า "คุณปฏิบัติต่อผู้หญิงอย่างไร ก็เหมือนคุณปฏิบัติต่อจิตใต้สำนึกของคุณอย่างนั้น"
เวลาที่เราชอบใครมากๆ ดันกลายเป็นว่าความกลัวและความไม่มั่นคงของเรามันจะถูกฉายไปที่ผู้หญิงคนนั้นไง เราก็เลยอาจจะกลายเป็น Nice Guy ที่ไม่มีขอบเขตบ้างล่ะ หรือกลายเป็นคนขี้หึงบ้างล่ะ
สรุปง่ายๆ คือ เรามักจะฉายภาพสิ่งที่เราซ่อนไว้ในตัวเองไปที่คู่ของเรา หรือไม่ก็ ต้องการจากคู่ของเราในสิ่งที่เราปฏิเสธที่จะให้กับตัวเอง
น้ำเสียงที่ Shadow แสดงออกมาก็มีหลายหน้ากากเลยนะ ทั้งความขี้หึง การโทษคนอื่น การตีตัวออกห่าง หรือแม้แต่ความต้องการที่มากเกินไป (Emotional Neediness) รวมถึงความหงุดหงิดง่าย (Reactivity) และการตั้งรับ (Defensiveness)
ซึ่งจริงๆ แล้วจุดมุ่งหมายของ Shadow โดยไม่ตั้งใจนะ มันอยากถูกรวมเข้ามาในตัวเรา ต่างหาก
แต่จริงๆ แล้วนะ ส่วนที่เราซ่อนไว้ทั้งหมดเหล่านั้น มันอยากจะเข้ามาอยู่ในความสัมพันธ์ของเรานี่แหละ แม้แต่ความโกรธที่เหมาะสม ความเศร้า หรือความไม่มั่นคงของเรา มันก็อยากถูกรักและถูกยอมรับจากอีกคน
อย่างพวก Nice Guy เนี่ยนะ มักจะทิ้งความโกรธตัวเองไปใน Shadow เลยทำให้ไม่มีขอบเขต ไม่กล้าปกป้องตัวเอง จนมันสะสมเป็นความขุ่นเคืองแล้วก็ระเบิดออกมาในที่สุด
หรืออีกด้านคือขาดความเมตตาต่อตัวเอง ก็เลยต้องไปเรียกร้องความรักจากคนอื่นตลอดเวลา มันเหมือนกับว่า พอเรามีความรัก เราจะเจอ "ความเป็นผู้หญิงภายใน" ของเรา และคู่รักของเราก็จะกลายเป็นเหมือน "กระจก" ที่สะท้อนสิ่งที่เราไม่เคยใช้ชีวิตออกมา
ทีนี้ ถ้าเราอยากจะเผชิญหน้ากับ Shadow และรวมมันเข้ามาในตัวเองล่ะ เราจะทำยังไงดีนะ? เขามีวิธีที่น่าสนใจอยู่ 4 ข้อหลักๆ เลยแหละ
- การมีสติรับรู้ (Awareness): อันดับแรกเลยนะ เราต้องลองถามตัวเองว่า "วันนี้เราไปกล่าวหาหรือตัดสินอะไรคู่ของเราไปบ้างนะ แล้วสิ่งเหล่านั้นมันมีอยู่ในตัวเราบ้างรึเปล่า?" หรือจะลองถามคู่ของเราตรงๆ เลยก็ได้นะว่าเขาคิดว่าเราฉายภาพอะไรไปให้เขาบ้าง มันจะทำให้เราเริ่มเห็นสิ่งที่เราซ่อนไว้จากตัวเอง
- การควบคุม (Containment): อันนี้ไม่ใช่การกดทับนะ เพราะการกดทับยิ่งทำให้ Shadow แข็งแกร่งขึ้น มันคือการที่เราต้องสร้าง "ภาชนะ" ให้แข็งแรงพอที่จะเก็บความเข้มข้นทางอารมณ์ที่อยู่ในตัวเราไว้ได้ เหมือนที่เขาเปรียบเทียบว่า "ภาชนะต้องสามารถกักเก็บไฟไว้ได้" วิธีง่ายๆ ที่ช่วยได้คือการทำสมาธิและการฝึกหายใจอย่างตัวเราเองก็เป็นคนมี "ไฟ" เยอะนะ เวลาความโกรธมันขึ้นมา เราก็ต้องนั่งอยู่กับมัน หายใจเข้า-ออกยาวๆ เพื่อลดระดับความร้อนแรงในร่างกายลง มันช่วยให้เราควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นเยอะเลยแหละ
- การสนทนา (Dialogue): ลองเขียนบันทึกดูสิ! ให้ความโกรธ ความไม่มั่นคง หรือความต้องการของเรามันได้พูดออกมา ลองเขียนว่า "ถ้าความโกรธของเราพูดได้ มันจะพูดว่าอะไร" แล้วเราก็เขียนตอบกลับไปเหมือนคุยกับเพื่อนทางจดหมายนั่นแหละ การได้สนทนากับ Shadow ในตัวเราแบบนี้ดีกว่าให้มันระเบิดใส่คนอื่นเยอะเลยนะ
- การรับผิดชอบ (Accountability): นี่ไม่ใช่การโทษตัวเองหรือรู้สึกผิดนะ แต่มันคือการ "ยอมรับความเป็นเจ้าของ" อย่างที่เขาว่า "นี่ก็คือฉัน" เราต้องซื่อสัตย์กับตัวเองโดยไม่มีการตัดสินหรือละอาย แค่ยอมรับตรงๆ ว่าเราก็มีส่วนทำให้เกิดความผิดปกติในความสัมพันธ์ แล้วก็ยอมรับในส่วนที่เราไม่อยากเปิดเผยออกมา เช่น ความไม่มั่นคง หรือความต้องการที่มากเกินไป
สุดท้ายแล้วทั้งหมดนี้ก็เพื่อ "การรวมส่วน" (Integration) เนี่ยแหละ มันไม่ใช่เพื่อให้เรา "ดีขึ้น" หรอกนะ แต่เพื่อให้เรา "สมบูรณ์และครบถ้วนมากขึ้น" ต่างหากพอเราไม่ปฏิเสธ ไม่กดทับ Shadow ของเราแล้ว มันก็จะมีที่ทางของมันในตัวเรานะ