สรุปหนังสือ So Good They Can’t Ignore You

สรุปหนังสือ So Good They Can’t Ignore You

วันนี้จะมาลองเขียนทำ power of output ในการเขียนรีวิวหนังสือ หลังจากที่ได้อ่านมาจนจบเล่มละ

หนังสือเล่มนี้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Skill before passion : So Good They Can’t Ignore You

ต้องสารภาพก่อนว่า ที่หยิบเล่มนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับชื่อหนังสือ แต่เกี่ยวกับผู้เขียน เราชอบคุณ Cal Newport อยู่แล้วจากหนังสือ Deep Work

ประกอบกับ ความคิดในช่วงหลังๆมา เราไม่ได้อยากครอบครองอะไรมากเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เราอยากครอบครอง เป็นพวกทักษะ ซะมากกว่า

ยกตัวอย่างเช่น การทำอาหาร การทำสมาธิ การเขียน การเล่าเรื่อง หรือการถ่ายทำวิดีโอ เป็นต้น

เราคิดว่า ถ้าเราได้ครอบครองทักษะแล้ว มันจะติดตัวเราไปจนวันตายน่ะ ไม่สามารถมีใครมาเอามันไปจากเราได้ ถึงแม้ว่า นานๆเข้าเราจะไม่ได้ใช้ มันอาจจะลืมไปบ้าง แต่การรื้อฟื้นมันให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปนัก

หนังสือเล่มนี้ มันเลยเหมือนกวักมือเรียกให้เราซื้อไปอ่านอยู่…

หนังสือเล่มนี้ มันแบ่งออกเป็นกฎ แต่ละข้อ ก็จะลองมาทำความเข้าใจดู วันนี้ อาจจะทำได้แค่ 1 กฎนะ

กฎข้อที่ 1 ทำสิ่งที่เรารัก เป็นคำแนะนำที่แย่

ผู้เขียนเขียนว่า ทำงานที่เรารักเป็นคำแนะนำที่แย่ เพราะเราไม่มีทางที่เราจะรู้ได้เลย ว่าเราจะรักหรือไม่รักงานไหน จนกว่า เราจะได้ทำมัน สิ่งสำคัญคือ การทำมันอย่างถูกต้องมากกว่า

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากเป็นนักเขียน การทำงานอย่างที่ถูกต้อง ไม่ใช่การฝึกเขียนให้ถูก grammar แต่เป็น การฝึกการเล่าเรื่อง (storytelling) หรือถ้าเราอยากเป็นนักหมากรุกที่ดี สิ่งสำคัญคือ การศึกษาหมากหรือวิธีการเดินหมากที่ดี มากกว่าการเดินหมากเอง เป็นต้น

ก็อาจจะเป็นเรื่องที่เราต้องฝึกเหมือนกันว่า เราจะหาทักษะที่ว่านี้ให้เจอได้อย่างไร

สรุปกฎข้อที่ 2 ทักษะสำคัญ

ทฤษฎีต้นทุนทางอาชีพของงานที่ยอดเยี่ยม

ถ้าอยากได้งานที่ยอดเยี่ยมและมีคุณค่า เราก็ต้องแลกมาด้วยทักษะที่หายากและมีคุณค่าด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ ต้นทุนทางอาชีพ

กรอบความคิดแบบช่างฝีมือ (Craftmanship Mindset) ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราจะมอบให้กับโลกใบนี้

กรอบความคิดแบบยึดความหลงใหล (Passion Mindset) ให้ความสำคัญกับกับสิ่งที่โลกนี้จะมอบให้เรา

เราต้องโฟกัสกับ กรอบความคิดแบบช่างฝีมือ สะสมทักษะที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตหรือการทำงานของเรา เพื่อให้ไม่สามารถมีใครมาปฏิเสธเราได้

สรุปกฎข้อที่ 3 การแสวงหาอำนาจในการควบคุม

ถ้าเรามีทักษะ หรือต้นทุนทางอาชีพที่มากเพียงพอแล้ว เราจะสามารถต่อรองเพื่อแสวงหาอำนาจในการควบคุมสิ่งที่เราต้องการได้ เช่น เวลา และพลังงาน

ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราเก่งพอ ที่จะทำงานบางอย่าง จนนายจ้างไม่สามารถขาดเราได้ เราอาจจะต่อรองเรื่องเวลาการมาทำงานของเราให้น้อยลง เพื่อที่เราจะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่น

กับดัก 1 อย่าเพิ่มอำนาจการควบคุม ตราบใดที่ยังไม่มีต้นทุนทางอาชีพที่มากเพียงพอ

กับดัก 2 ถึงแม้จะมีต้นทุนทางอาชีพมากเพียงพอ แต่เจ้านายก็จะพยายามมาขัดขวาง ไม่ให้คุณมีอำนาจการควบคุมอยู่ดี เพราะมันขัดกับเป้าหมายของเค้า

กฎแห่งความเป็นไปได้ทางการเงิน ระบุไว้ว่า เมื่อต้องตัดสินใจว่า จะเพิ่มอำนาจในการควบคุมดีมั้ย? เราต้องมองหาหลักฐานที่บ่งบอกว่า คนอื่นจะทำการจ่ายเงินให้คุณเพื่อสิ่งนั้น ถ้าเจอแล้ว ก็ลงมือได้เลย แต่ถ้ายังไม่เจอ ก็ให้อย่าเพิ่งลงมือหาอำนาจเพื่อการควบคุม ไม่งั้น อาจจะตกไปอยู่ในกับดักข้อ 1 หรือ 2 ได้

สรุปกฎข้อที่ 4 คิดเล็ก ทำใหญ่

ถ้าอยากสร้างงานที่เรารัก ก็ต้องสั่งสมต้นทุนทางอาชีพ (กฎข้อที่ 2) ที่เกี่ยวกับเรื่องการมีทักษะที่มีคุณค่าและหายาก แล้วเอาไปแลกงานที่น่าจะเป็นงานที่เหมาะสมกับเรา ซึ่งภารกิจ

มีเรื่อง การเดิมพันเล็กๆ ที่ผู้เขียนบอกให้เราทำอะไรเล็กๆแล้วเอา feedback ที่ได้มาปรับปรุง เพื่อที่จะทำอะไรที่ใหญ่ขึ้น หรือทำอะไรที่เข้าไปใกล้กับเป้าหมายหรือ ภาระกิจของเรามากขึ้น

แต่ก็ยังมีอีกวิธีนึงคือ การใช้กฎแห่งความโดดเด่น ที่จะทำให้เราเข้าใกล้กับภารกิจของเราได้เช่นกัน โดยจะมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ

  1. โครงการนั้นจะต้องดึงดูดให้ผู้คนพูดถึงมัน
  2. โครงการนั้นจะต้องถูกเผยแพร่ในช่องทางที่ส่งเสริมให้เกิดการพูดถึง

โดยการวางเดิมพันเล็กๆและการทำตามกฎแห่งความโดดเด่น ก็จะช่วยให้เรามีโอกาสมากขึ้นในการทำให้เราบรรลุภารกิจขอเราในการสั่งสมต้นทุนทางอาชีพ


🗝️ Key Takeaways

  1. เพิ่มต้นทุนทางอาชีพของเราโดยการเขียนสรุปหนังสือเอาไว้ใน blog ให้ได้ เดือนละ 2 เล่ม เริ่มต้นจากเล่มนี้แหละ
  2. จริงๆเค้าให้ทำเรื่อง time management เกี่ยวกับเรื่องการทำงานของเราด้วยแหละ ว่าใช้กับอะไรไปกี่ชั่วโมง แต่ยังขี้เกียจทำอยู่ เอาไว้ก่อน ตอนนี้เอาแค่ลองทำอะไรต่างๆแบบมีสมาธิด้วยการใช้ Pomodoro Technique ดูก่อนก็ละกัน
  3. เขียนสรุปหนังสือครั้งแรก ก็สนุกดีแฮะ ไม่เหมือนการเขียน #30DaysWritingChallenge เลย ยากกว่า เหมือนต้องจับประเด็นให้ได้จากการอ่าน แล้วเอามาเขียน ไม่เหมือนเขียนแบบลื่นไหลออกมาจากหัวเลย พยายามต่อไป

Subscribe to mean2sexy's blog

Don’t miss out on the latest issues. Sign up now to get access to the library of members-only issues.
jamie@example.com
Subscribe