เราเขียนไปทำไมเหรอ?

เราเขียนไปทำไมเหรอ?
workstation ในการเขียนในทุกๆเช้า

อยู่ๆก็กลับมาถามตัวเองว่า เราเขียนไปทำไม? เราชอบการเขียนนะ แต่เราเขียนไปทำไม เราก็ยังอยากจะมาตั้งคำถามถึงมันอยู่

เราเขียนไปเพื่อทำให้ความคิดของเรามันจับต้องได้ เพราะว่าเดิมที เราเป็นคนชอบคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย แบบว่าคิดไม่หยุดหย่อน แล้วมันก็จะชอบมีอะไรเข้ามาเยอะแยะ

✍🏻 ทำให้ความคิดเราเองจับต้องได้

เราชอบขับรถเป็นระยะทางไกลๆ ก็เพราะว่ามันทำให้เรามีเวลาได้นั่งคิด ได้ปลดปล่อยตัวเองให้สมองมันคิดอะไรของมันไปเรื่อย

บางที มันก็ได้ไอเดียอะไรดีๆออกมาเยอะแยะมากมาย แต่ผ่านไปได้ซักพักนึง ก็ลืมไปหมดละ

เมื่อก่อน เราไม่ได้มีนิสัย ชอบจด ชอบบันทึก ชอบเขียนอะไรเท่าไหร่หรอก มันเลยลืมง่าย ทั้งๆที่ก็มีความคิดดีๆออกมาเยอะแยะเต็มไปหมด

ยิ่งเดี๋ยวนี้มีความคิดที่ว่า การเขียนเพื่อให้เป็นการ rewire เส้นทางเดินในสมองใหม่ เพื่อให้เราสามารถที่จะเชื่อ หรือปรับพฤติกรรมของเราตามสิ่งที่เราเรียนรู้ใหม่ได้ ไม่งั้น เราก็จะแค่อ่านๆแล้วก็แค่รู้เฉยๆ แต่ไม่เอาสิ่งที่รู้ใหม่เอาไปลงมือทำ เหมือนทุกทีที่ผ่านมา จนกลายเป็น "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด"

✍🏻 ทำความเข้าใจตัวเอง

อีกอย่างนึงที่เราอยากเขียน ก็คือ การที่เราอยากจะทำความเข้าใจตัวเองนี่แหละ จากเหตุผลข้อแรก พอเราสามารถจับความคิดให้มันจับต้องได้แล้ว เราก็จะมองเห็นความคิดนั้นละ จากการอ่านสิ่งที่เราเขียน

พอได้อ่าน เราก็จะได้ทำความเข้าใจมันมากยิ่งขั้น ทำความเข้าใจว่า ทำไมเราถึงคิดแบบนี้ มันดีละเหรอที่เราคิดแบบนี้ หรือว่าจริงๆแล้ว มันสามารถคิดแบบอื่นได้อีกมั้ย?

บางทีก็เป็นการฝึกเหมือนกันนะ ว่าเป็นการฝึกมองอย่างไม่ตัดสิน

เราจะได้ไม่ต้องไปยึดติดมัน

ที่เราเขียนเนี่ย เพื่ออยากที่จะเข้าใจความคิดนั้น ความเข้าใจของเรา คือ ไม่ว่าความคิดนั้นมันจะคือ อะไร แต่ถ้ามันเป็นความคิดที่ดี เราก็อยากที่จะเข้าใจมัน

เราไม่ได้อยากแค่จะรู้จักมันเฉยๆนะ เราอยากที่จะเข้าใจมัน แล้วสามารถนำมันไปประยุกต์ใช้ หรือเอาไปปฏิบัติได้

ท้ายที่สุดแล้ว เราก็คิดว่า การที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เพื่อให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นได้มากกว่าเมื่อวาน มันจะทำให้การเขียนของเรานั้นประสบความสำเร็จ

อย่างตอนนี้ ก็มี case study ที่เรากำลังจะทำอยู่ นั่นก็คือ เราไปเจอ podcast มาอันนึง ของ คำนี้ดี podcast ที่ให้เราเขียน เพื่อที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น

สิ่งที่ต้องทำคือ...

  1. เขียน free writing จาก prompt ต่างๆ ที่เค้าจัดไว้ให้
  2. เอามันมาอ่านออกเสียง
  3. ส่งให้ AI ช่วยปรับแก้ grammar หรือช่วยแก้ voice and tone
  4. เอามันมาอ่านออกเสียงอีกครั้ง

แค่นี้แหละ มันก็ทำให้การเขียนสามารถช่วยพัฒนาความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษของเราได้มากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในช่วงทำอยู่นะ เดี๋ยวจะลองดูว่า ทำแล้วเป็นยังไง จะลองเอามาเขียนดํอีกที

Subscribe to mean2sexy's blog

Don’t miss out on the latest issues. Sign up now to get access to the library of members-only issues.
jamie@example.com
Subscribe