สรุป wellness economy กับ mission to the moon podcast
อยากเขียนอะไรซักหน่อย เกี่ยวกับการฟังเรื่อง wellness กับ mission to the moon podcast น่ะ
คือว่า ที่เขียนเนี่ยะ ก็ไม่ได้เขียนให้ใครอ่านหรอก เขียนเพื่อให้ตัวเองทำความเข้าใจเฉยๆน่ะ เหมือนที่เขียนไว้ใน เราเขียนไปทำไมเหรอ? ว่าเราเขียน เพื่อตัวเอง เพื่อให้มัน wiring สิ่งที่เราเรียนรู้ หรือ input ที่เราได้รับมา ให้มันเข้าไปในสมอง เพื่อให้เราได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ไม่ใช่ เพื่อให้รู้ อย่างเดียว
ฟังหมอแอมป์ พูด ก็มีเรื่องที่เราเข้าใจและไม่เข้าใจ และเรื่องที่เราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็ไม่ได้ไอะไรหรอก ก็เดี๋ยวจะไปหาข้อมูลเพิ่มเติมละกัน ว่าสิ่งที่เราคิด มันเป็นยังไง
เค้าพูดถึงเรื่องว่า คนทั่วไปก็จะคิดว่าเรื่องพวกนี้ เป็นเรื่องของคนรวยนั่นแหละ ที่จะมีเวลาทำอะไรแบบนี้ได้ คนทำงานหาเช้ากินค่ำ ไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้หรอก
วันก่อนก็เห็นคุณท๊อป Bitkub พูดถึงเรื่องอะไรแบบนี้เหมือนกัน แต่ก็เห็นทัวร์ลงเหมือนกัน เรื่องอะไรแบบนี้เป็นเรื่องของคนรวย
Lifestyle Medicine
หมอแอมป์พูดเรื่องนี้ว่า ในระดับแรก สิ่งที่เราทำได้ด้วยตัวเราเอง มันเริ่มจาก Lifestyle Medicine ก่อน
อันนี้ทำง่ายสุดและส่วนใหญ่จะฟรี ที่ประกอบไปด้วย
การนอน - นอนให้ได้ ผู้ใหญ่ให้นอน 8 ชั่วโมง เริ่มนอนประมาณ 4 ทุ่ม เดี๋ยวคืนนี้ จะลองไปทำเลย นอนให้ได้ในทุกกรณี ก็รู้อยู่แล้วแหละ ว่ามันสำคัญ แต่ก็ทำไม่ได้ซักที
การระวังความอ้วน - หาทางลดพุงอยู่
การออกกำลังกาย - อันนี้ เค้าไม่ได้หมายถึงว่า ต้องไปยกเวต เข้ายิมอะไรเป็นเรื่องเป็นราว แต่หมายถึงทำกิจกรรมต่างๆน่ะ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่นการเดินขึ้นบันได แทนการขึ้นลิฟต์ การเดิน แทนการขับรถ อะไรประมาณนี้มั้ง พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นเรื่องของการขยับตัวนั่นแหละ หรือทำยังไงก็ได้ ให้ได้ทั้ง 3 ประเภท ให้มันสมดุลกัน คือ aerobic strength และ flexibility
ระวังเรื่องสารพิษ - ไม่เอาสารพิษเข้าร่างกาย เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือระวังพวก PM 2.5 นอกจากนี้ เราก็ยังนึกถึงพวก ของที่เรากินเราใช้อีกนะ เช่นน้ำหอม หรือ ครีมต่างๆ
ความเครียด - แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ โรคทางจิตเวช ต้องไปเจอผู้เชี่ยวชาญ แต่อีกอย่างนึงที่ทำได้เลย จะเป็นเรื่อง mental health เครียดแบบสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวัน
ความสัมพันธ์
ส่วนระดับ Advance - Scientific Wellness
หมอแอมป์พูดเปรียบเปรยเหมือนกับว่า ร่างกายเราเป็นรถ Formula 1 ถ้าจะลงแข่ง เราต้องการผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ในสาขาต่างๆ มาวิเคราะห์และออกแบบการใช้งานร่างกายเรา
ซึ่ง wellness business ก็จะมาช่วยในด้านนี้ ด้วยเทคโนโลยีต่างๆที่มีในตอนนี้ ทำให้เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมั่วอีกต่อไป คือ ก็มีเครื่องวัดต่างๆ ที่ทำให้เรารู้จุดที่เราจะต้องไปแก้ไข ป้องกันมันได้เลย
prevention is better than cure.
เออ ฟังๆ มันก็สนุกดีนะ เดี๋ยวอาจจะไปลองทำดูดีกว่า
Wellness Economy มี 11 อย่าง มีอะไรบ้าง???
- การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism)
- อาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการ (Healthy eating, nutrition, & weight loss)
- ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความงาม
- การแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก
- ฟิตเนสและกิจกรรมทางกาย (Physical activity) <— สนใจอันนี้ที่สุด
- เวชศาสตร์ป้องกันและการแพทย์เฉพาะบุคคล
- สปา <— อันนี้รองลงมา
- สุขภาพจิต (Mental Wellness)
- อสังหาริมทรัพย์เชิงสุขภาพ (Wellness Real Estate)
- Wellness ในสถานที่ทำงาน
- บ่อน้ำพุร้อนและน้ำแร่
จริงๆแล้ว ถ้าจะให้ดราม่า ทัวร์ลง มันก็ได้เหมือนกันนะ แต่ในมุมมองเรา คือ มันเป็นเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องด้วยอีกน่ะ จากการที่เราก็ถือว่า เป็น Bitcoiner เล็กๆคนนึง ที่กำลังเพิ่งเริ่มศึกษามันมาได้ไม่กี่ปี
เราก็อยากจะทำอะไรเพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าถึงอะไรแบบนี้เหมือนกันน่ะ ไม่ได้อยากทำแล้ว มันต้องแพง จนคนทั่วไปเข้าถึงไม่ได้
อันนั้นมันคงต้องไปแก้เรื่องเงินละมั้ง ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่อง wellness business เท่าไหร่ แต่ก็เดี๋ยวจะแยกไว้ทำความเข้าใจอีกอันก็ละกัน