เขียนให้ตัวเองอ่านในวันที่ขึ้นเลข 4

เขียนให้ตัวเองอ่านในวันที่ขึ้นเลข 4

วันนี้อายุ 40 ปีแล้ว เลยอยากเขียน อะไรนิดหน่อย สำหรับการอายุ 40 ปีในวันนี้ อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องเป็นราวเดียวกันหรอกนะ แต่อยากเขียนเฉยๆ ใครจะมาอ่านก็ได้ ตัวเองในวัย 50 ก็มาอ่านได้ ลูกๆตอนที่มันโตก็มาอ่านได้ ถ้ายังมีอยู่ 555

เป้าหมายของเราช่วงที่ผ่านมา หลังจากได้อ่านหนังสือ The Atomic Habits คือ การสร้าง self-identity ให้เราเป็นพ่อหรือเป็นคนรัก ที่อยู่กับปัจจุบัน

เค้าบอกว่า การสร้างนิสัยที่มาจาก self-identity มันจะทำได้ยั่งยื่นกว่า เราก็เลยอยากเริ่มสร้างนิสัยที่มาจากสิ่งนี้

แล้วคนที่เป็นพ่อหรือเป็นคนรักที่อยู่กับปัจจุบัน มันต้องเป็นยังไงล่ะ??? มันต้องสร้างนิสัย แบบไหนบ้างเหรอ? เราก็ค่อยๆมาตกผลึกได้ในช่วงที่ผ่านมาไม่นานนี้แหละ

แรกสุดก็คงเป็นเรื่อง เค้าน่าจะต้องฝึกนั่งสมาธินะ พอเรานั่งสมาธิแล้ว เราอยู่กับลมหายใจแล้ว มันเหมือน โลกมันหมุนช้าลง ประสาทสัมผัสเรา หรือความคิดเรามันเริ่มช้าลง เพราะมันไม่มีสิ่งกระตุ้นทางประสาทสัมผัสเท่าไหร่ เหลือแค่ความคิด กับลมหายใจ

เราก็เลยฝึกนั่งสมาธิมาจนเป็นนิสัยแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะทำตอนก่อนนอน หรือหลังตื่นนอน มันก็มีเหตุผลที่ดีของมันนั่นแหละในการทำช่วงเวลานี้

สิ่งที่ได้ ก็จะเป็นเรื่อง การที่เราเหมือนมีสติในแต่ละช่วงเวลามากขึ้น ไม่ว่าลูกเราจะงอแง หรืออากาศจะร้อน หรือ มีอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น แต่เราก็จะสามารถกลับมาอยู่กับปัจจุบันได้บ่อยๆ และเริ่มแก้ปัญหาจากจุดนั้น โดยไม่ใช้อารมณ์เหมือนเมื่อก่อน

ก็ไม่ได้เก่งขนาดทำได้แบบ 100% นะ แต่ก็คิดว่า เยอะอยู่เหมือนกัน ที่เวลาเจอสถานการณ์แล้ว สามารถที่จะมีสติ ค่อยๆคิด แก้ปัญหาได้ทำให้มันราบรื่นได้ จนลูกถึงขั้นถามว่า ทำไมหนูไม่เคยเห็นพ่อโกรธเลย จนต้องบอกลูกไปว่า พ่อไม่ได้ไม่โกรธนะ แค่ตอนที่พ่อบอกว่า พ่อขอเวลาออกไปสูดกาอากาศหายใจหน่อย นั่นแหละ เป็นตอนที่พ่อโกรธมากๆแล้วนะ หะหะหะ

อีกนิสัยนึง ที่ควรจะต้องทำให้ได้ เพื่อ self-identity ที่อยู่กับปัจจุบัน คือ การเลิกหยิบโทรศัพท์มือถือมาไถแบบ mindless scrolling เมื่อก่อน ก็ไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องนี้หรอกนะ เพราะว่า มันก็แก้เบื่อได้ดี

แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้ว คือ มันเป็นการฝึกสมองให้ได้รับ cheap dopamin มันเป็นอะไรที่ไม่ยั่งยืน และทำให้สมองเราเสพติดความสุขแบบจอมปลอมน่ะ เพื่อที่จะแก้เบื่อ เราก็ไม่อยากจะเป็นแบบนั้น

หลังจากได้นิสัยในข้อแรกมา เราก็เลยสามารถที่จะพัฒนาในนิสัยในข้อที่ 2 นี้ต่อได้ คือ เราก็จะรู้ตัวได้มากขึ้น ตอนที่หยิบขึ้นมาเพื่อไถมือถือน่ะ

ตอนนี้ เราอนุญาติให้เราได้ไถมือถือแบบ mindless scrolling ได้ แค่ตอนที่เราอยู่บนลู่วิ่งได้เท่านั้นแหละ อันนี้ เราสามารถทำได้โดยไม่รู้สึกผิด 555 แต่ถ้าอยู่เฉยๆ แล้วทำ ก็จะมีนิดนึง ที่รู้สึกผิดอยู่ แต่ถ้าอยู่กับลูกแล้วทำ นี่ไม่ได้เลย รู้สึกไม่ดีมากๆ

นิสัยถัดมาก็น่าจะเป็นเรื่องการเขียนมั้ง ทำให้เราอยู่กับปัจจุบัน ไม่สิ ทำให้สิ่งที่เรายึดติดมันอยู่ในอดีต หรือ กังวลในอนาคต มันจับต้องได้มากขึ้น ผ่านการเขียน ไม่ว่าจะเป็นการเขียนด้วยปากกา สมุดจริงๆ หรือการเขียนผ่านการพิมพ์ผ่าน keyboard ก็ทำให้เรากลับมาอยู่กับปัจจุบันได้เหมือนกันบ

ก็เป็นสิ่งที่ดีนะ ที่เราทำในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ค่อยๆสะสมนิสัยนี้มาเรื่อยๆ แล้วมันก็ทำให้เราเติบโตขึ้นน่ะ

จริงๆ ก็มีเรื่องราวอีกหลายเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ที่เราอยากจะเขียนให้ตัวเองในวัย 30 อ่านอยู่เหมือนกัน ก็จะพยายามเขียนไปเรื่อยๆแหละ เขียนไปจนแก่

เหมือนที่เคยจะ commit กับตัวเองไว้ว่า เราจะต้องออกกกำลังกายไปจนแก่ เพราะว่า เราอยากจะยังแข็งแรงดูแลตัวเอง และดูแลลูกเราไปให้ได้นานๆ ไม่ได้อยากให้ลูกต้องละทิ้งความสุขส่วนตัวมาดูแลเราตอนที่เราแก่แล้ว หรือไม่ไหวแล้ว

ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าตอนนั้นมันจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้ ก็อยากทำให้ได้ดีที่สุดก่อนแหละ อยากออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน

อยากรักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิตให้ตัวเองสามารถเป็นที่พึ่งให้ตัวเองได้ไปนานๆ และถ้าให้ดีก็สามารถเป็นที่พึ่งให้คนรอบข้างให้ได้นานๆเช่นเดียวกัน

เวลามันก็ผ่านไปเร็วมากเหมือนกันแฮะ หลับตาย้อนไป ตอนนั้นยังอายุ 30 ปี ยังออกกำลังกาย ยังแต่งงาน ยังไม่ได้คิดว่า จะมีลูกเลย แต่ตอนนี้ ก็ผ่านมาหลายๆอย่างแล้ว ทั้งมีลูก หย่าร้าง และอื่นๆ

แต่ตอนนี้คิดว่า ตัวเอง แข็งแรงขึ้น ทั้งร่างกาย ทั้งจิตใจ และก็ไม่ได้คิดว่า เป็นโชคร้ายที่เราผ่านสิ่งต่างๆเหล่านี้มา แต่กลับคิดว่า มันเป็นสิ่งที่ดีมากๆเลย ที่ทำให้เรารู้จักกลับมารู้จักรักตัวเอง ถ้าไม่เกิดสิ่งที่เกิดขึ้น เราคิดว่า เราก็คงจะไม่รู้จักคำนี้หรอก ไม่รู้จักคำว่า รักตัวเองนี่หรอก มันเป็น concept ที่เหมือนจะง่ายนะ แต่ทำจริงก็ยากอยู่เหมือนกัน ถ้าเราไม่ได้มี awareness หรือมีสติอยู่กับปัจจุบัน และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองในทุกขณะ

ก็ต้องเป็นไร (ยืมคำพูดนาลินมาใช้) อย่างน้อยเราก็ได้รู้จักตัวเอง ตอนที่อายุเกือบจะ 40 ไม่ไปรู้จักตอนที่แก่กว่านี้ แล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ หะหะหะ

ขอบคุณตัวเองอีกครั้ง

Subscribe to mean2sexy's blog

Don’t miss out on the latest issues. Sign up now to get access to the library of members-only issues.
jamie@example.com
Subscribe